Topic: Direction
1. สาระการเรียนรู้และตัวชี้วัด
1.1 สาระการเรียนรู้ที่ 1 ภาษาและการสื่อสาร
มาตรฐานการเรียนรู้ที่ 1.2 มีทักษะการสื่อสารทางภาษาในการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารแสดงความรู้สึก
ตัวชี้วัดที่ 3 พูดและแสดงความต้องการความช่วยเหลือตอบรับและปฏิเสธ การให้ความช่วยเหลือในสถานการณ์ต่างๆ อย่างเหมาะสม
2. วัตถุประสงค์
1. เพื่อให้นักเรียนสามารถบอกทิศทาง สถานที่ ได้อย่างถูกต้อง
2. เพื่อให้นักเรียนสามารถเขียนประโยคการบอกทิศทางได้ถูกต้อง
3. เพื่อให้นักเรียนสามารถลากเส้นตามทิศทางได้ถูกต้อง
3. เนื้อหา
1. คำศัพท์เกี่ยวกับทิศทาง
2. การถามเกี่ยวกับทาง
4. สื่อการสอน
1. VDO direction
2. ใบงานจาก Microsoft word เรื่อง การถามทาง
3. Blog
5. กิจกรรมการเรียนรู้
Pre-speaking
- นักเรียนดูวีดีโอ Direction เพื่อเข้าสู่บทเรียน
- นักเรียนตอบคำถามจากวีดีโอ
While- speaking
1. นักเรียนจับคู่กันเพื่อทำกิจกรรม
2. นักเรียนเอาคำศัพท์มาแต่งประโยคบทสนทนาถามติบเกี่ยวกับ Direction
Post - speaking
1. นักเรียนวาดแผนภาพและบอก Direction จากที่บ้านของนักเรียนมาโรงเรียน
วิไล แซ่ย่าง
วันจันทร์ที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2560
วันอาทิตย์ที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2560
การบอกทิศทาง ( direction )
การบอกทิศทาง (Asking for Directions)
ในการบอกทิศทางนั้น ต้องคำนึงถึงความถูกต้องของเส้นทางและการเดินทางที่สะดวกเพื่อให้ผู้ถามไม่สับสนหรือหลงเส้นทาง เลือกใช้ประโยคที่กระชับและเหมาะสม
สำนวนการถามทิศทางที่นิยมใช้มีดังนี้
Excuse me, can you tell me how to get to the museum, please?
(ขอโทษครับ กรุณาบอกทางไปพิพิธภัณฑ์หน่อยครับ)
Could you tell me the way to the supermarket, please?
(กรุณาช่วยบอกทางไปห้างสรรพสินค้าหน่อยครับ |
Excuse me, can/could you give me direction to the university, please?
(ขอโทษครับ กรุณาช่วยบอกทางไปมหาวิทยาลัยหน่อยครับ)
(ขอโทษครับ กรุณาช่วยบอกทางไปมหาวิทยาลัยหน่อยครับ)
นอกจากนี้ยังมีสำนวนอื่นๆ อีก เช่น
Can/Could you tell me where ..... is?
Can/Could you direct me to....., please? Excuse me. I’m looking for..... .
Is this the way to.....? เป็นสำนวนที่ใช้ถามในกรณีที่ผู้ถามต้องการถามเพื่อให้แน่ใจว่า กำลังเดินไปตามทิศทาง
ที่ถูกต้อง เช่น
|
Is the way to the supermarket?
(นี่เป็นทางไปห้างสรรพสินค้าใช่ไหมครับ)
(นี่เป็นทางไปห้างสรรพสินค้าใช่ไหมครับ)
การบอกทิศทาง สามารถใช้ได้หลายสำนวน เช่น
1. การบอกระยะทางว่า อยู่ห่างแค่ไหน เช่น
- It’s about a mile from here.
(ประมาณหนึ่งไมล์จากตรงนี้) - It’s about 200 meters from here. (ประมาณสองร้อยเมตรจากตรงนี้)
2. บอกเส้นทางโดยใช้รถประจำทาง เช่น
- Take a number 21 bus. That will take you past museum. And then you get off at university.
(ขึ้นรถประจำทางหมายเลข 21 คุณจะผ่านพิพิธภัณฑ์ หลังจากนั้นให้คุณลงที่มหาวิทยาลัย)
3. บอกเส้นทางโดยให้เดินไป เช่น
- Go straight ahead until you come to the traffic lights, then turn right. (เดินตรงไปข้างหน้าจนถึงสัญญาณไฟจราจร จากนั้นก็เลี้ยวขวา) - It’s about a ten-minute walk. (เดินไปประมาณ 10 นาที) |
4. บอกเส้นทางโดยใช้รถแท็กซี่ เช่น
- You can catch a taxi. It’ll take you there in 10 minutes.
(คุณสามารถเรียกแท็กซี่ จะใช้เวลาเดินทาง 10 นาที)
คำศัพท์และสำนวนที่น่าสนใจเกี่ยวกับการบอกทิศทาง
|
ขึ้นรถ = take / catch / get on
ลงรถ = get off
หมายเลขรถ = bus number..... / a number..... Bus
ป้ายรถเมล์ = bus stop
ค่าโดยสาร = fare
เลี้ยวซ้าย = turn left
เลี้ยวขวา = turn right
ทางซ้าย = on the left
ทางขวา = on the right
ข้ามถนน = cross the road
เดินผ่าน = walk past / go past
ทางแยก = intersection / crossroads
สุดถนน = at the end of the road
ก่อนถึง = just before
เดินตรงไป = Go straight. / Go straight ahead. / Keep going straight. / Walk along the road.
เดินไปเรื่อยๆ จนถึง... = Keep going until you get to…
เลี้ยวที่แยกแรก / แยกที่สอง = Take the first / second turn.
มันอยู่ใกล้กับ... = It’s near / close to…
มันไม่ไกลจากที่นี่ = It’s not far from here.
มันอยู่ห่างจากที่นี่ 3 กิโลเมตร = It’s 3 kilometers from here.
มันอยู่ห่างจากที่นี่ประมาณ 200 เมตร = It’s about 200 meters away from here.
Activity 1
A.
Write questions
about these places in the neighborhood map below.
Example: Q: Where is the bank?
A: It is on the corner of
First Street and Main Street.
a bank police station a store library
a post office school
restaurant
movie theater
drugstore hospital train station church
Activity 3
A. Look at the map of the route from school to church, than fill the gaps in the passage giving the directions with the words in the box.
Go _________the school and turn ________. Walk _________Queen Avenue Road_________the police station and the__________. Turn_________at the ___________and walk ______________.
Church is on the __________.
วันพฤหัสบดีที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2559

Thailand 4.0 คืออะไร ศัพท์ใหม่ที่คนไทยควรรู้
ก่อนจะเข้าสู่ Thailand 4.0 ขอเกริ่นด้วย Thailand 1.0 Thailand 2.0 และ Thailand 3.0 ก่อน ทั้งหมดที่กล่าวมานี้ล้วนเป็น “โมเดลการพัฒนาประเทศไทย” ถ้าใน Thailand 1.0 จะเน้นภาคเกษตร Thailand 2.0 เน้นภาคอุตสาหกรรมเบา และ Thailand 3.0 เน้นภาคอุตสาหกรรมหนักและการส่งออก
โมเดลพัฒนาประเทศไทยทั้ง 3 โมเดลที่ผ่านมา ทำให้ประเทศไทยจัดอยู่ในกลุ่มประเทศ “รายได้ปานกลางขั้นสูง” แต่ก็หยุดอยู่แค่นั้น ทำให้มีแนวคิด Thailand 4.0 ออกมา ซึ่งจะสามารถขับเคลื่อนประเทศให้ไปได้ไกลกว่านั้นเยอะ โดยโมเดลนี้เป็นแนวคิดที่จะนำโครงสร้างเศรษฐกิจไปสู่ “Value-Based Economy” หรือ “เศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม”
เศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม ได้แก่
1.เปลี่ยนจากการผลักดันสินค้าโภคภัณฑ์ไปสู่สินค้าเชิงนวัตกรรม
2.เปลี่ยนจากการขับเคลื่อนประเทศด้วยภาคอุตสาหกรรมไปสู่การขับ เคลื่อนด้วยเทคโนโลยี และความคิดสร้างสรรค์
3 .เปลี่ยนจากการเน้นภาคการผลิตสินค้าไปสู่การเน้น ภาคบริการมาก ขึ้น
องค์ประกอบของโมเดลการพัฒนาประเทศไทย Thailand 4.0 ได้แก่
1.เปลี่ยนจากเกษตรแบบดั้งเดิม สู่เกษตรสมัยใหม่ เน้นบริหารจัดการและเทคโนโลยี เตรียมปั้นเกษตรกรเป็นผู้ประกอบการ ทั้งยังเป็นเกษตรกรที่มีฐานะร่ำรวย
2.เปลี่ยนจาก Traditional SMEs หรือ SMEs ที่มีภาครัฐคอยช่วยเหลือ เพื่อผลักดันสู่การเป็น Smart Enterprises และ Startups ที่มีศักยภาพสูง
3.เปลี่ยนจาก Traditional Services ที่มีมูลค่าต่ำสู่ High Value Services
4.เปลี่ยนจากแรงงานทักษะต่ำ สู่แรงงานที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญ และทักษะสูง
เป้าหมายที่ได้จากโมเดลนี้คือเปลี่ยนประเทศไทยที่จัดอยู่ในกลุ่มประเทศ “รายได้ปานกลางขั้นสูง” ให้กลายเป็นกลุ่ม “ประเทศที่มีรายได้สูง” ด้วยนวัตกรรมที่ช่วยยกระดับคุณภาพของเศรษฐกิจ จากกลไกต่างๆ เน้นไปทางการนำเทคโนโลยีเข้ามาปรับใช้
5 กลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมาย ได้แก่
1.กลุ่มอาหาร เกษตร และเทคโนโลยีชีวภาพ
2.กลุ่มสาธารณสุข สุขภาพ และเทคโนโลยีทางการแพทย์
3.กลุ่มเครื่องมืออุปกรณ์อัจฉริยะ หุ่นยนต์ และระบบเครื่องกลที่ใช้อิเล็กทรอนิกส์ควบคุม
4.กลุ่มดิจิตอล เทคโนโลยีอินเทอร์เน็ตเชื่อมต่อและบังคับอุปกรณ์ต่างๆ ปัญญาประดิษฐ์และทคโนโลยีสมองกลฝังตัว
5.กลุ่มอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ วัฒนธรรม และบริการที่มีมูลค่าสูง
โดยสรุป กระบวนทัศน์ในการพัฒนาประเทศภายใต้ ประเทศไทย 4.0 เป็นอีกนโยบายหนึ่งที่เป็นการวางรากฐานการพัฒนาประเทศในระยะยาว เป็นจุดเริ่มต้นในการขับเคลื่อนไปสู่การประเทศที่มั่งคง และยั่งยืน ตามวิสัยทัศน์รัฐบาล เป็นรูปแบบที่มีการผลักดันการปฏิรูปโครงสร้างเศรษฐกิจ การปฏิรูปการวิจัยและการพัฒนา และการปฏิรูปการศึกษาไปพร้อมๆกัน เป็นการผนึกกำลังของทุกภาคส่วนภายใต้แนวคิด ประชารัฐ ที่ผนึกกำลังกับเึครือข่ายพันธมิตรทางธุรกิจ การวิจัยการพัฒนาและบุคลากรทั้งในและระดับโลก
ข้อมูลโดย thairath.co.th
ลิงค์วีดีโอไทยแลนด์ 4.0
คำถาม - ตอบ ไทยแลนด์ 4.0
1.Thailand 3.0 เน้นภาคอะไร
ตอบ เน้นภาคอุตสาหกรรมหนักและการส่งออก
2.Thailand 4.0 ออกมา ซึ่งจะสามารถขับเคลื่อนประเทศให้ไปได้ไกลกว่านั้นเยอะ โดยโมเดลนี้เป็นแนวคิดที่จะนำโครงสร้างเศรษฐกิจไปสู่อะไร
ตอบ นำไปสู่ “Value-Based Economy” หรือ “เศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม”
3.เศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม ได้แก่ อะไรบ้าง
ตอบ 1.เปลี่ยนจากการผลักดันสินค้าโภคภัณฑ์ไปสู่สินค้าเชิงนวัตกรรม
2.เปลี่ยนจากการขับเคลื่อนประเทศด้วยภาคอุตสาหกรรมไปสู่การขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี และ ความคิดสร้างสรรค์
3 .เปลี่ยนจากการเน้นภาคการผลิตสินค้าไปสู่การเน้น ภาคบริการมากขึ้น
4.ก่อนจะเข้าสู่ Thailand 4.0 ขอเกริ่นด้วย Thailand 1.0 Thailand 2.0 และ Thailand 3.0 ก่อน ทั้งหมดที่กล่าวมานี้ล้วนเป็นโมเดลอะไรของประเทศไทย
ตอบ “โมเดลการพัฒนาประเทศไทย”
5.กลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมาย ได้แก่ อะไรบ้าง
ตอบ 1.กลุ่มอาหาร เกษตร และเทคโนโลยีชีวภาพ
2.กลุ่มสาธารณสุข สุขภาพ และเทคโนโลยีทางการแพทย์
3.กลุ่มเครื่องมืออุปกรณ์อัจฉริยะ หุ่นยนต์ และระบบเครื่องกลที่ใช้อิเล็กทรอนิกส์ควบคุม 4.กลุ่มดิจิตอล เทคโนโลยีอินเทอร์เน็ตเชื่อมต่อและบังคับอุปกรณ์ต่างๆ ปัญญาประดิษฐ์และทค โนโลยีสมองกลฝังตัว
5.กลุ่มอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ วัฒนธรรม และบริการที่มีมูลค่าสูง
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)


